กฎไวยากรณ์หลัก: -(으)ㄹ 뻔하다
รูปแบบไวยากรณ์นี้ใช้เพื่อแสดงว่าเหตุการณ์หรือการกระทำบางอย่างเกือบจะเกิดขึ้นแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้น มันสื่อถึงความรู้สึกของ "เหตุการณ์ที่หวุดหวิด" และมักตามด้วยการแสดงความโล่งใจ
ความหมายและการใช้งาน
ความหมาย: แปลว่า "เกือบจะ (ทำบางอย่าง)" หรือ "หวิดจะ (ทำบางอย่าง)" มันสื่อความหมายเสมอว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง
เมื่อไหร่ที่ควรใช้: ใช้เพื่อพูดถึงสถานการณ์ในอดีตที่อันตราย น่าเสียดาย หรือแค่เกือบจะเกิดขึ้น มักใช้บ่อยกับคำวิเศษณ์อย่าง 하마터면 (เกือบจะ) หรือ 자칫하면 (ถ้าหากผิดพลาดไปนิดเดียว) เพื่อเพิ่มน้ำหนัก มักใช้ในรูปอดีตเสมอ: -(으)ㄹ 뻔했다
กฎการผันคำกริยา
กฎ: เติม -(으)ㄹ 뻔하다 หลังรากคำกริยา การเลือกระหว่าง -ㄹ 뻔하다 และ -을 뻔하다 ขึ้นอยู่กับว่ารากคำกริยาลงท้ายด้วยสระหรือพยัญชนะ
สระ: รากคำกริยา + -ㄹ 뻔하다 ตัวอย่าง: 가다 (ไป) → 갈 뻔하다, 울다 (ร้องไห้) → 울 뻔하다 (หมายเหตุ: สำหรับรากคำที่ลงท้ายด้วย ㄹ ให้คง ㄹ ไว้และเติม -뻔하다 ต่อท้ายได้เลย)
พยัญชนะ: รากคำกริยา + -을 뻔하다 ตัวอย่าง: 먹다 (กิน) → 먹을 뻔하다, 잊다 (ลืม) → 잊을 뻔하다
Vowel: 가다 → 갈 뻔했다 / Consonant: 잊다 → 잊을 뻔했다
ความเป็นธรรมชาติและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เพื่อให้ฟังดูเป็นธรรมชาติเมื่อใช้ -(으)ㄹ 뻔하다 สิ่งสำคัญคือต้องใช้ในรูปอดีตและจับคู่กับคำวิเศษณ์ที่ถูกต้อง เจ้าของภาษาใช้มันเพื่อแสดงความโล่งใจหรือเสียดายเกี่ยวกับ "เหตุการณ์ที่หวุดหวิด" จริงๆ
ใช้รูปอดีตเสมอ
บริบท: เนื่องจาก -(으)ㄹ 뻔하다 อธิบายเหตุการณ์ที่ เกือบจะ เกิดขึ้นในอดีต จึงต้องผันเป็นรูปอดีต: -(으)ㄹ 뻔했다 การใช้รูปปัจจุบัน (-뻔하다) หรืออนาคตนั้นผิดไวยากรณ์และจะฟังดูไม่เป็นธรรมชาติสำหรับเจ้าของภาษา
ตัวอย่าง: ควรพูดว่า: "어제 사고가 날 뻔했어요." (ฉันเกือบจะประสบอุบัติเหตุเมื่อวานนี้) ไม่ควรพูดว่า: "어제 사고가 날 뻔해요."
ใช้กับคำวิเศษณ์เพื่อเน้นย้ำ
บริบท: แม้ว่า -(으)ㄹ 뻔하다 จะใช้เดี่ยวๆ ได้ แต่บ่อยครั้งมักจับคู่กับคำวิเศษณ์อย่าง 하마터면 หรือ 자칫하면 เพื่อเน้นว่าสถานการณ์นั้นใกล้เคียงแค่ไหน 하마터면 เป็นคำที่ใช้บ่อยมากและแปลว่า "เกือบจะ" ส่วน 자칫하면 สื่อถึง "ถ้าฉันประมาทไปนิด" หรือ "ถ้าสิ่งต่างๆ ผิดพลาดไป"
ตัวอย่าง: 하마터면 기차를 놓칠 뻔했어요. (ฉันเกือบจะพลาดรถไฟแล้ว) / 자칫하면 비밀번호를 잊어버릴 뻔했어요. (ฉันเกือบลืมรหัสผ่านไปง่ายๆ แล้ว)
Do: 하마터면 늦을 뻔했어요 (O) / Don't: 늦을 뻔해요 (X)