กฎไวยากรณ์หลัก: คำนาม + -(이)에요/예요
นี่คือรูปสุภาพของคำกริยา 'เป็น/คือ' (am, are, is) ซึ่งจะนำไปต่อท้ายคำนามเพื่อสร้างประโยคบอกเล่า
ความหมายและการใช้งาน
ความหมาย: แปลว่า "ฉันคือ (คำนาม)", "คุณคือ (คำนาม)" หรือ "มันคือ (คำนาม)" เป็นวิธีที่ใช้บ่อยและเป็นมาตรฐานที่สุดในการระบุว่าสิ่งของหรือบุคคลนั้นคืออะไรในบทสนทนา
เมื่อไหร่ที่ควรใช้: ใช้ในการสนทนาที่สุภาพในชีวิตประจำวัน (해요체) เมื่อคุณกำลังบอกข้อเท็จจริง แนะนำตัว หรือระบุสิ่งของ เช่น การบอกชื่อ อาชีพ หรือสัญชาติ
กฎการผันคำ
กฎ: รูปแบบจะเปลี่ยนไปตามว่าคำนามนั้นลงท้ายด้วยสระหรือพยัญชนะ นี่เป็นกฎพื้นฐานในภาษาเกาหลี ดังนั้นจึงสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจ
สระ: หากคำนามลงท้ายด้วยสระ (เช่น 의자, 사과) ให้เติม -예요
ตัวอย่าง: "저는 의사예요." (ฉันเป็นหมอ) / "이거는 사과예요." (นี่คือแอปเปิล)
พยัญชนะ: หากคำนามลงท้ายด้วยพยัญชนะ (ตัวสะกด batchim เช่น 학생, 사람) ให้เติม -이에요
ตัวอย่าง: "저는 학생이에요." (ฉันเป็นนักเรียน) / "이분은 한국 사람이에요." (ท่านนี้เป็นคนเกาหลี)
Vowel: + 예요 / Consonant: + 이에요
วิธีตอบรับเมื่อมีการแนะนำตัว
เมื่อมีคนแนะนำตัวหรือถามเกี่ยวกับตัวคุณ การรู้วิธีตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติคือกุญแจสำคัญในการสนทนาที่ราบรื่น
การตอบเกี่ยวกับตัวเอง
บริบท: เมื่อถูกถามว่า "이름이 뭐예요?" (ชื่ออะไรคะ?) หรือ "어느 나라 사람이에요?" (มาจากประเทศอะไรคะ?) คุณสามารถตอบได้โดยตรง นิยมใช้ "저는" (ฉัน) เพื่อระบุว่าประธานคือตัวคุณ
ตัวอย่าง:
Q: "이름이 뭐예요?"
A: "저는 마이클이에요." (ฉันชื่อไมเคิลค่ะ)
การถามกลับ
บริบท: หลังจากที่คุณตอบแล้ว การถามคำถามเดิมกลับไปหาอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่สุภาพและเป็นธรรมชาติ แทนที่จะทวนคำถามเต็มๆ คุณสามารถเติม "-은/는요?" ต่อท้ายชื่อหรือตำแหน่งของเขาได้เลย ซึ่งหมายถึง "แล้วคุณล่ะ?"
ตัวอย่าง:
A: "저는 캐나다 사람이에요. 민준씨는요?" (ฉันเป็นคนแคนาดาค่ะ แล้วคุณมินจุนล่ะคะ?)
B: "저는 한국 사람이에요." (ผมเป็นคนเกาหลีครับ)
Question: 이름이 뭐예요? / Answer: 제 이름은 OOO이에요.