กฎไวยากรณ์หลัก: การพูดอ้อม (Indirect Speech)
ในภาษาเกาหลี เมื่อคุณรายงานสิ่งที่คนอื่นพูด คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนท้ายประโยคเดิม สิ่งนี้เรียกว่าการพูดอ้อม (간접 화법) ท้ายประโยคที่คุณใช้จะขึ้นอยู่กับว่าประโยคเดิมเป็นประโยคบอกเล่า, คำถาม, คำสั่ง หรือคำแนะนำ
ความหมายและการใช้งาน
ความหมาย: การพูดอ้อมใช้เพื่ออ้างถึงหรือรายงานคำพูดของใครบางคนโดยไม่ต้องใช้คำพูดเดิมเป๊ะๆ เหมือนกับการพูดว่า "เขาบอกว่า..." หรือ "เธอถามว่า..." ในภาษาอังกฤษ
เมื่อไหร่ที่ควรใช้: ใช้เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกำลังส่งต่อข้อความ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบทสนทนาในอดีต หรือแบ่งปันข้อมูลที่คุณได้ยินมาจากคนอื่น เป็นเรื่องที่พบบ่อยมากในบทสนทนาประจำวัน
กฎการผันคำกริยา
ประโยคบอกเล่า: ~다고 하다
กริยา + -ㄴ/는다고 하다
คำคุณศัพท์ + -다고 하다
คำนาม + -(이)라고 하다
ประโยคคำถาม: ~냐고 하다
กริยา/คำคุณศัพท์ + -(으)냐고 하다
คำนาม + -(이)냐고 하다
ประโยคคำสั่ง: -(으)라고 하다
กริยา + -(으)라고 하다
ประโยคชักชวน: ~자고 하다
กริยา + -자고 하다
Statement: ~다고 하다 / Question: ~냐고 하다 / Command: ~(으)라고 하다 / Suggestion: ~자고 하다
สำเนียงเจ้าของภาษา: การย่อคำในภาษาพูด
ในภาษาเกาหลีที่ใช้พูดกันทุกวัน รูปแบบการพูดอ้อมมักจะถูกย่อให้สั้นลงเสมอ การใช้คำย่อเหล่านี้จะทำให้คุณฟังดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
คำย่อที่พบบ่อย
บริบท: เจ้าของภาษาน้อยครั้งที่จะพูดรูปแบบเต็ม ~고 하다 ในบทสนทนาทั่วไป การเรียนรู้รูปแบบย่อเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟังและการพูดให้คล่องแคล่ว
ตัวอย่าง:
~다고 해(요) → ~대(요)
~냐고 해(요) → ~냬(요)
~(으)라고 해(요) → ~(으)래(요)
~자고 해(요) → ~재(요)
การเปลี่ยนประโยคตัวอย่าง
บริบท: มาดูกันว่าประโยคเต็มเปลี่ยนไปอย่างไร ความหมายเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าและไม่เหมือน "ในตำรา" มากนัก
ตัวอย่าง: 친구가 영화를 보자고 했어. (รูปแบบเต็ม) → 친구가 영화 보재. (รูปแบบย่อ) ทั้งสองประโยคหมายความว่า "เพื่อนบอกว่าไปดูหนังกันเถอะ"