กฎรูปแบบหลัก: การเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนด้วย -(으)면 되잖아
รูปแบบนี้ใช้เพื่อเสนอวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ตรงไปตรงมา โดยมักแฝงความรู้สึกว่าวิธีแก้ปัญหานั้นควรจะเป็นสิ่งที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว
โครงสร้าง
เป็นการรวมไวยากรณ์สองจุดเข้าด้วยกัน:
-(으)면: ประโยคเงื่อนไข 'ถ้า/เมื่อ' ที่ระบุถึงปัญหา
-면 되다: รูปแบบที่หมายถึง 'ก็โอเคที่จะ...' หรือ 'ก็แค่...'
-잖아: ปัจจัยท้ายประโยคที่ยืนยันข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังควรรู้อยู่แล้ว คล้ายกับ '...ก็รู้อยู่แล้วนี่' หรือ '...มันชัดเจนอยู่แล้ว'
การสร้างประโยค
เติม -(으)면 되잖아 หลังคำกริยา
คำกริยาลงท้ายด้วยสระหรือ ㄹ: เติม -면 되잖아
가다 (ไป) → 가면 되잖아
먹다 (กิน) → 먹으면 되잖아
คำกริยาลงท้ายด้วยพยัญชนะ (ยกเว้น ㄹ): เติม -으면 되잖아
먹다 (กิน) → 먹으면 되잖아
찾다 (หา) → 찾으면 되잖아
รูปแบบนี้มักใช้ในโครงสร้าง [ปัญหา]-(으)면 [วิธีแก้]-(으)면 되잖아
배고프면 먹으면 되잖아. / 모르면 물어보면 되잖아. / 늦으면 택시 타면 되잖아.
ความรู้สึกแบบเจ้าของภาษา: น้ำเสียงแบบ 'ทำไมไม่คิดถึงเรื่องนี้ล่ะ?'
ปัจจัยท้ายประโยค -잖아 เป็นกุญแจสำคัญของความรู้สึกในรูปแบบนี้ ไม่ใช่แค่คำแนะนำที่เป็นกลางเหมือน -(으)면 돼요 (คุณแค่... ก็ได้) แต่มันแฝงความหมายว่า "วิธีแก้ปัญหามันง่ายและอยู่ตรงหน้าคุณนี่นา รู้ไหม?"
เมื่อไหร่ที่ควรใช้
รูปแบบนี้ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อมีคนบ่นเกี่ยวกับปัญหาที่มีวิธีแก้ที่ง่ายมาก คำแนะนำของคุณจะชี้ให้เห็นถึงวิธีแก้ที่ง่ายนี้ บางครั้งอาจแฝงความรู้สึกใจร้อนหรือหงุดหงิด
เพื่อน: "ฉันเหนื่อยจัง"
คุณ: 피곤하면 좀 쉬면 되잖아. (ถ้าเหนื่อย ก็แค่พักสักหน่อยสิ รู้ไหม?)
ความเสี่ยงในการเข้าใจผิด
เนื่องจากมันอาจฟังดูเหมือนคุณกำลังมองข้ามปัญหาของอีกฝ่ายว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงควรระวังน้ำเสียงของคุณ หากใช้น้ำเสียงไม่เหมาะสม อาจฟังดูเหมือนการดูถูกหรือไม่ได้ช่วยอะไร ทางที่ดีที่สุดคือใช้กับคนที่เข้าใจคุณดี
돈 없으면 안 쓰면 되잖아. / 싫으면 하지 마. 안 하면 되잖아. / 고장 났으면 새로 사면 되잖아.