กฎรูปแบบหลัก: -(으)ㄴ/는데 สำหรับความขัดแย้งและพื้นหลัง
-(으)ㄴ/는데 เป็นคำลงท้ายเชื่อมประโยคที่ใช้ได้หลากหลายเพื่อเชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน โดยมีหน้าที่หลักสองประการคือ แสดงความขัดแย้ง หรือให้ข้อมูลพื้นหลัง
ความหมายและการใช้งาน
ความขัดแย้ง (대조): คล้ายกับ 'แต่' หรือ 'ถึงแม้ว่า' ประโยคแรกนำเสนอข้อเท็จจริง และประโยคที่สองนำเสนอผลลัพธ์ที่ขัดแย้งหรือคาดไม่ถึง
พื้นหลัง (배경): ประโยคแรกเป็นการปูฉากหรือให้บริบทสำหรับประโยคที่สอง เหมือนกับการพูดว่า 'สถานการณ์เป็นแบบนี้ แล้วก็เกิดเรื่องนี้ขึ้น...'
กฎการสร้างประโยค
รูปแบบนี้จะเชื่อมต่อแตกต่างกันไปตามประเภทของคำและกาลเวลา
คำกริยาแสดงอาการ & 있다/없다: เติม -는데 หลังรากศัพท์
먹다 → 먹는데
가다 → 가는데
있다 → 있는데
คำกริยาบอกสภาพ (คำคุณศัพท์):
รากศัพท์ลงท้ายด้วยพยัญชนะ: เติม -은데
좋다 → 좋은데
รากศัพท์ลงท้ายด้วยสระหรือ ㄹ: เติม -ㄴ데 (ตัด ㄹ ออก)
예쁘다 → 예쁜데
바쁘다 → 바쁜데
멀다 → 먼데
คำนาม: เติม -인데 (หรือ -ㄴ데 หากคำนามลงท้ายด้วยสระ)
학생 → 학생인데
의사 → 의사인데
อดีตกาล: เติม -았/었는데 หลังรากศัพท์
먹었다 → 먹었는데
예뻤다 → 예뻤는데
อนาคต/การคาดคะเน: เติม -ㄹ/을 건데 หรือ -겠는데
갈 것이다 → 갈 건데
얼굴은 예쁜데 성격이 별로야. / 지금 밥 먹는데 전화 왔어. / 비싼데 맛있어. / 나는 갈 건데 너는?
ความแตกต่าง: ความขัดแย้ง vs. พื้นหลัง
การเข้าใจว่าเมื่อไหร่ -(으)ㄴ/는데 หมายถึง 'แต่' เทียบกับเมื่อไหร่ที่เป็นเพียงการปูฉาก เป็นกุญแจสำคัญในการพูดให้เป็นธรรมชาติ
การแสดงความขัดแย้ง
นี่คือความหมายที่ตรงไปตรงมาที่สุด ประโยคแรกนำเสนอสถานะหรือการกระทำที่ทำให้ประโยคที่สองดูน่าประหลาดใจหรือขัดแย้งกัน แปลว่า 'แต่' หรือ 'ถึงแม้ว่า' ได้โดยตรง
ตัวอย่าง: 맛있는데 매워요. (อร่อยนะ แต่เผ็ด) ความอร่อยขัดแย้งกับความเผ็ด