กฎของรูปแบบหลัก: -아/어도 (แม้ว่า)
รูปแบบนี้แสดงถึงการยอมรับ คล้ายกับ "แม้ว่า" ในภาษาไทย มันบ่งบอกว่าการกระทำหรือสถานะในประโยคหลักจะเกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่อธิบายไว้ในประโยคแรก
การสร้างประโยค
ใช้ต่อท้ายรากศัพท์ของคำกริยาและคำคุณศัพท์
รากศัพท์ที่ลงท้ายด้วย ㅏ หรือ ㅗ: เติม -아도
가다 (ไป) → 가도
보다 (ดู) → 봐도 (ไม่ปกติ)
작다 (เล็ก) → 작아도
รากศัพท์ที่ลงท้ายด้วยสระอื่น: เติม -어도
먹다 (กิน) → 먹어도
춥다 (หนาว) → 추워도 (ไม่ปกติ)
คำกริยาที่ลงท้ายด้วย 하다: จะกลายเป็น -해도
공부하다 (เรียน) → 공부해도
실패하다 (ล้มเหลว) → 실패해도
การใช้งาน
ใช้เพื่อเชื่อมเงื่อนไขสมมติหรือเงื่อนไขจริงเข้ากับผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับที่คาดหวัง มักแสดงถึงความมุ่งมั่นหรือการที่เงื่อนไขนั้นไม่มีผลต่อผลลัพธ์
ตัวอย่าง: 비가 와도 갈 거야. (แม้ว่าฝนจะตก ฉันก็จะไป)
ฝน (เงื่อนไข) ไม่สามารถหยุดฉันจากการไป (ผลลัพธ์) ได้
비가 와도 갈 거야. / 피곤해도 공부해야 해. / 비싸도 살 거야.
การใช้ร่วมกันทั่วไป: 아무리 -아/어도
เพื่อเพิ่มน้ำหนัก -아/어도 มักจะใช้คู่กับคำวิเศษณ์ 아무리 ซึ่งหมายถึง "ไม่ว่า...แค่ไหน" การรวมกันนี้ช่วยเน้นความหมายของการยอมรับให้ชัดเจนขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความสุดโต่งของเงื่อนไขนั้น
ความหมาย
아무리 + กริยา/คุณศัพท์-아/어도 แปลว่า "ไม่ว่า [กริยา]... แค่ไหน" หรือ "ไม่ว่า [คุณศัพท์]... แค่ไหน"
มันสื่อว่าแม้การกระทำหรือสถานะจะเกิดขึ้นในระดับที่มากเพียงใด ผลลัพธ์ในประโยคหลักก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ตัวอย่าง
아무리 먹어도 배가 안 불러. (ไม่ว่าจะกินไปมากแค่ไหน ฉันก็ไม่รู้สึกอิ่ม)
아무리 바빠도 전화는 해야지. (ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน อย่างน้อยก็ควรโทรหา)
아무리 피곤해도 운동은 할 거예요. (ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ฉันก็จะออกกำลังกาย)
아무리 먹어도 배가 안 불러요. / 다시 태어나도 너랑은 안 사귀어. / 아무리 힘들어도 포기하지 마세요.