กฎรูปแบบหลัก: การรายงานประสบการณ์ส่วนตัวด้วย -더라고(요)
รูปแบบนี้ใช้เพื่อรายงานข้อเท็จจริงหรือการสังเกตที่คุณ (ผู้พูด) ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงในอดีต มันสื่อถึงความรู้สึกของการระลึกถึงหรือตระหนักถึงบางสิ่งด้วยตัวเอง
ความหมายและการใช้งาน
ความหมาย: แปลว่า "ฉันจำได้ว่า...", "ฉันพบว่า..." หรือ "ฉันเห็นว่า..." เป็นการเพิ่มความรู้สึกว่านี่เป็นข้อมูลใหม่สำหรับผู้ฟัง โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของคุณเอง
เมื่อไหร่ที่ควรใช้: ใช้เมื่อแบ่งปันสิ่งที่คุณเห็น ได้ยิน รู้สึก หรือตระหนักด้วยตัวเอง เช่น การบอกเพื่อนเกี่ยวกับร้านอาหารที่คุณไปลอง หนังที่คุณดู หรือสถานที่ที่คุณไปเยือน
การสร้างประโยค
คำกริยาและคำคุณศัพท์: เติม -더라고(요) ต่อท้ายคำกริยาหรือคำคุณศัพท์ได้เลย
맛있다 → 맛있더라고(요)
어렵다 → 어렵더라고(요)
많다 → 많더라고(요)
คำนาม: เติม -(이)더라고(요) โดยใช้ -이더라고(요) หลังคำนามที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ และ -더라고(요) หลังคำนามที่ลงท้ายด้วยสระ
학생 → 학생이더라고(요)
별거 아니다 → 별거 아니더라고(요)
การสังเกตในอดีต: เพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วในขณะที่คุณสังเกตเห็น ให้ใช้ -았/었더라고(요)
가다 → 갔더라고(요) (ฉันเห็นว่าเขาไปแล้ว)
문을 닫다 → 문을 닫았더라고(요) (ฉันพบว่าพวกเขาปิดประตูไปแล้ว)
그 집 맛있더라고요. / 영화가 재미있더라고. / 시험이 어렵더라고요. / 갔는데 문을 닫았더라고.
ความแตกต่างที่สำคัญ: ประธานของประโยค
กฎสำคัญของ -더라고(요) คือประธานของประโยคไม่สามารถเป็น 'ฉัน' (ผู้พูด) ได้เมื่อบรรยายถึงการกระทำ เพราะผู้พูดคือ ผู้สังเกตการณ์ ไม่ใช่ผู้กระทำ
ประธานบุรุษที่สาม
คุณใช้รูปแบบนี้เพื่อรายงานการสังเกตของคุณเกี่ยวกับผู้อื่นหรือสถานการณ์
ถูกต้อง: 친구가 영화를 보더라고요. (ฉันเห็นเพื่อนกำลังดูหนัง)
ไม่ถูกต้อง: *제가 어제 영화를 보더라고요.
ข้อยกเว้นสำหรับ 'ฉัน': สภาวะภายในและความรู้สึก
คุณ สามารถ ใช้ 'ฉัน' (나, 저 หรือละไว้ในฐานที่เข้าใจ) เป็นประธานได้ แต่เฉพาะเมื่อบรรยายถึงสภาวะภายใน อารมณ์ หรือความรู้สึกทางร่างกายที่เกิดขึ้นเองในอดีตเท่านั้น คุณกำลังสังเกตสภาวะของตัวคุณเอง
ถูกต้อง: (저는) 사실 아파서 죽겠더라고요. (ฉันจำได้ว่าจริงๆ แล้วตอนนั้นฉันปวดจนแทบตาย)