ภาพรวม
ไวยากรณ์ V+(았/었/했)더니 ใช้เชื่อมโยง การกระทำหรือการสังเกตในอดีต เข้ากับ ผลลัพธ์ การค้นพบ หรือผลที่ตามมาในภายหลัง โดยเน้นประสบการณ์ตรงของผู้พูดที่ได้ลงมือทำหรือสังเกตเห็นสถานการณ์หนึ่ง แล้วจึงตระหนักหรือพบเจอกับบางสิ่งที่เป็นผลลัพธ์โดยตรง มักให้ความรู้สึกว่า "ฉันทำ X แล้ว (ผลลัพธ์/การค้นพบ) Y ก็เกิดขึ้น"
การใช้งาน
V+(았/었/했)더니 ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมระหว่างสองประโยค
- การกระทำ/การสังเกตในอดีต และผลลัพธ์/การค้นพบ: ประโยคแรกอธิบายการกระทำในอดีตที่ผู้พูดทำ (หรือการกระทำ/สถานะที่ผู้พูดสังเกตเห็น) ประโยคที่สองอธิบายผลลัพธ์ การค้นพบ หรือผลที่ตามมาหลังจากนั้น
- ตัวอย่าง: 제가 직접 해 봤더니 생각보다 쉬웠어요. (ฉันลองทำด้วยตัวเองแล้วพบว่ามันง่ายกว่าที่คิด)
- ข้อจำกัดเรื่องประธาน: ประธานของประโยคแรกมักจะเป็น ผู้พูด ('ฉัน') แม้ว่าบางครั้งอาจหมายถึงบุคคลที่สามที่ผู้พูดสังเกตเห็น แต่ประโยคที่สองต้องสะท้อนถึงการสังเกตหรือการค้นพบของผู้พูด ไม่สามารถใช้เพื่ออธิบายการกระทำของบุคคลที่สามและความรู้สึกหรือการค้นพบของ ตัวเขาเอง ได้
- ถูก: 친구가 열심히 공부했더니 시험에 합격했어요. (เพื่อนตั้งใจเรียน แล้วฉันก็เห็นว่าเขาผ่านการสอบ) - ในที่นี้ผู้พูดกำลังสังเกตความสำเร็จของเพื่อน
- ผิด (หากประโยคที่สองเป็นความรู้สึกของเพื่อน): 친구가 열심히 공부했더니 기분이 좋았어요. (เพื่อนตั้งใจเรียน แล้วเขาก็รู้สึกดี) - กรณีนี้ควรใช้ -아서/어서 หรือ -니까 เพื่ออธิบายสภาวะภายในของเพื่อน
- ความสัมพันธ์ด้านเวลาและเหตุผล: มีลำดับเวลาที่ชัดเจน (ทำก่อน แล้วจึงเกิดผล) และมักมีความสัมพันธ์เชิงเหตุผล (การกระทำแรกนำไปสู่เหตุการณ์ที่สอง) ประโยคที่สองมักอธิบายสถานการณ์ใหม่ การเปลี่ยนแปลง หรือสิ่งที่ผู้พูดได้เรียนรู้หรือตระหนัก
กฎการผันคำ
ไวยากรณ์ V+(았/었/했)더니 ต่อท้ายรูปอดีตของคำกริยา
- หากคำกริยาลงท้ายด้วยสระ ㅏ หรือ ㅗ: เติม -았더니
- 가다 (ไป) + 았더니 → 갔더니
- 오다 (มา) + 았더니 → 왔더니
- 보다 (ดู) + 았더니 → 봤더니
- หากคำกริยาลงท้ายด้วยสระอื่นหรือตัวสะกด: เติม -었더니
- 먹다 (กิน) + 었더니 → 먹었더니
- 읽다 (อ่าน) + 었더니 → 읽었더니
- 배우다 (เรียน) + 었더니 → 배웠더니
- หากคำกริยาลงท้ายด้วย 하다: เปลี่ยนเป็น -했더니
- 공부하다 (เรียน) + 했더니 → 공부했더니
- 운동하다 (ออกกำลังกาย) + 했더니 → 운동했더니
ความรู้เพิ่มเติม
- ความแตกต่างจาก -았/었/해서: แม้ทั้งคู่จะแสดงเหตุและผล แต่ -(았/었/했)더니 เน้นประสบการณ์ตรงของผู้พูดและการค้นพบหรือผลลัพธ์ที่ตามมาโดยเฉพาะ โดยสื่อว่า "ฉันทำ/เห็น X แล้วพบว่า/เกิด Y ขึ้น" ส่วน -아서/어서 เป็นคำเชื่อมเหตุผลทั่วไปที่ไม่มีการเน้นประสบการณ์ตรงของผู้พูด
- ความแตกต่างจาก -았/었/했더니만: การเติม -만 (더니만) มักเพิ่มความรู้สึกว่า "ตรงกันข้ามกับที่คาดไว้" หรือ "ทำไปแล้วกลับพบว่า..." เช่น "열심히 공부했더니만 시험에 떨어졌어요." (ฉันตั้งใจเรียนมาก แต่กลับพบว่า สอบตก)
- ไม่มีรูปอนาคตในประโยคที่สอง: ประโยคที่สองมักอธิบายผลลัพธ์หรือการค้นพบที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังเกิดขึ้นอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำในอดีต ดังนั้นจึงไม่นิยมใช้รูปอนาคตในประโยคที่สอง
- ประธานบุรุษที่หนึ่งในประโยคแรก: นี่คือลักษณะสำคัญ ผู้พูดมักเป็นผู้กระทำหรือผู้สังเกตการณ์ในประโยคแรก